Triple i Logistics partners with global temperature control packaging firm Intelsius to deliver COVID-19 vaccines

Triple i Logistics Public Company Limited (III), a leading total logistics service provider in Thailand, is working with Intelsius, a global market leader in sample transport and temperature control packaging solutions, in its initiative to establish Cool Chain Logistics Pte., Ltd. (CCL) with the immediate mission to support the delivery of COVID-19 vaccines, test-kits and other materials, with a clear focus in the Asia-Pacific region.

Mr. Tipp Dalal, CEO of Triple i Logistics, said “Based on the company’s business strategy for 2019-2021, ¬we will be expanding investment in our international logistics business (air, sea and land), especially in the transportation of critical life-saving materials such as medicines and vaccines.”

The new company, Cool Chain Logistics recently reached a supply & services agreement with Intelsius for the provision and service support of its proprietary ORCA VIP High performance reusable packaging systems. This will help the rapid deployment and development of Cool Chain Logistics services to provide specialist logistical services for drugs and medical equipment related to the novel coronavirus 2019 (COVID-19).

Mr. Tipp commented “This is a fantastic business opportunity for Triple i Logistics, with our focus on supporting the Covid-19 vaccination distribution efforts in Asia by offering our intra-Asia logistics services using validated cold chain systems with real time track and trace and online temperature monitoring.”

Cool Chain Logistics Pte., Ltd. is headquartered in Singapore and will provide comprehensive logistics specific to the Life Science industry transporting shipments such as temperature sensitive biopharmaceuticals, biological substances, and medical devices under the cooperation of a network of international partners.

Read more...

“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” ทุ่มเงินลงทุนจับมือพันธมิตรระดับโลก ตั้งบริษัท “Cool Chain Logistics” ลุยขนส่งวัคซีนสู้ COVID-19

“บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ลุยโปรเจกต์ใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์บริษัท ผนึกพันธมิตร Intelsius ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์แบบควบคุมอุณหภูมิชั้นนำระดับโลก จัดตั้งบริษัท “Cool Chain Logistics” พุ่งเป้าธุรกิจขนส่งวัคซีนและชุดทดสอบ COVID-19 รองรับวิกฤตการแพร่ระบาดทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทยที่ครอบคลุมธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก การบริหารจัดการโลจิสติกส์ รวมทั้งการให้บริการด้านโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ เปิดเผยว่าตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัท (ปี 2562-2564) จะมีการขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ ล่าสุดบริษัทได้จัดตั้งบริษัท Cool Chain Logistics Pte., Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระหว่าง ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กับพันธมิตรทางธุรกิจต่างชาติ เพื่อรองรับหน่วยธุรกิจใหม่ที่จะให้บริการขนส่งสินค้าประเภทยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งจากกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจในด้านโลจิสติกส์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งวัคซีน รวมถึงชุดทดสอบเชื้อ COVID-19 ที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง

ทั้งนี้ บริษัท Cool Chain Logistics Pte., Ltd. จะมีทุนจดทะเบียน 400,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยบริษัท DG Packaging Pte., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 50 จะเป็นผู้ร่วมดำเนินการจัดตั้งบริษัท Cool Chain Logistics โดยใช้เงินลงทุนจำนวน 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ถือหุ้นอัตราส่วนร้อยละ 50 ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจโลจิส ติกส์ครบวงจรเฉพาะด้านสำหรับอุตสาหกรรมยา และรองรับธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ อาทิ ยาหรือตัวอย่างชีวภาพที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตัวอย่างเชื้อโรค ชุดทดสอบเชื้อโรค เวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทยผ่านเครือข่ายธุรกิจในประเทศต่างๆ

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ Cool Chain Logistics ได้มีการบรรลุข้อตกลงกับ Intelsius ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ระบบ ORCA VIP ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับระบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นการยกระดับการให้บริการธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับยาและเวชภัณฑ์โดยเฉพาะ จึงสามารถตอบโจทย์การขนส่งวัคซีน COVID-19 ได้เป็นอย่างดี

“การลงทุนในครั้งนี้เรามั่นใจว่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีในการขยายธุรกิจของบริษัท โดยจะมุ่งเน้นการขนส่งและกระจายวัคซีน COVID-19 ครอบคลุมทั่วทวีปเอเชียโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งจะอาศัยจุดแข็งทั้งระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ บริการการตรวจสอบสถานะการจัดส่งสินค้าแบบ Realtime Track & Trace รวมไปถึงการควบคุมอุณภูมิระหว่างการขนส่งผ่านระบบออนไลน์” นายทิพย์กล่าวเพิ่มเติม

Read more...

“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” ไตรมาส 3 กำไรโดดเด่น ฝ่าวิกฤติ COVID-19

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (จำกัด) มหาชน หรือ iii ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรของไทย สร้างกำไรไตรมาส 3/2563 เติบโตโดดเด่น 64% จากไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของ COVID-19 คาดการณ์ไตรมาส 4 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเพราะรับรู้ผลกระทบจากวิกฤติไปแล้วและเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 57 ล้านบาท เติบโต 64% จากไตรมาส 2/2563 และขยายตัว 33% จากไตรมาส 3/2562  เนื่องมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าและกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน แม้ว่าบริษัทฯ ยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ

“ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของบริษัทฯ เป็นผลมาจากความสามารถในการปรับกลยุทธ์บริหารวิกฤต ทั้งการหารายได้ทดแทนและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นไปตามแผนการบริหารความเสี่ยง ยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี ทั้งจากผลการดำเนินงานโดยตรง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า และการขายทรัพย์สินเงินลงทุนที่สามารถสร้างกำไรจากเงินลงทุนได้เพิ่มขึ้น” นายทิพย์กล่าว

บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2563 จำนวน 335.6 ล้านบาท ลดลง 49.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน   และลดลงเล็กน้อย 3.2% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของรายได้จากกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้สายการบินงดให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ธุรกิจขายระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศของบริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานเป็นการดำเนินงานผ่านบริษัท เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าระหว่างบริษัทฯ กับบริษัท Teleport Everywhere Pte., Ltd. ในกลุ่มแอร์เอเชีย จึงทำให้บริษัทฯ ไม่ได้บันทึกรายได้ในส่วนของเทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จากการขายระวางขนส่งสินค้า แต่เป็นการรับรู้ผลประกอบการในลักษณะส่วนแบ่งกำไรแทน

นายทิพย์กล่าวว่า จากผลประกอบการในไตรมาสที่ 3/2563 ที่ออกมา บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าได้รับรู้ผลกระทบต่างๆ จากวิกฤติในครั้งนี้ไปแล้ว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะทำให้ต้นทุนการทำงานลดลงและมีอัตรากำไรมากขึ้น จึงมั่นใจว่าในไตรมาสที่ 4/2563 ผลประกอบการของบริษัทฯ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับจากแผนยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ยังคงพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมพันธมิตรเพื่อให้มีบริการที่หลากหลายและครอบคลุมตามแผนมากยิ่งขึ้น

ประกอบกับไตรมาส 4/2563 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจหลักที่บริษัทฯ ให้บริการอยู่ โดยบริษัทฯ ยังเน้นการเพิ่มรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าและบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศต่อเนื่องมาจากไตรมาส 3  จะเห็นได้จากปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการได้ลูกค้ารายใหม่ที่ใช้บริการด้านคลังสินค้า การกระจายสินค้าและ E-Fulfillment

นายทิพย์  เผยถึงแผนการดำเนินงานในไตรมาส 4/2563 ว่า บริษัทฯ ได้เริ่มให้บริการ Cargo Flight ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมา โดยร่วมมือกับ เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) ปรับรูปแบบการให้บริการขนส่งสินค้าในลักษณะของ Cargo Flight เพื่อกำหนดตารางบินขนส่งสินค้าทางอากาศทั้งขาออกและขาเข้าแบบเส้นทางประจำ โดยให้บริการผ่านสายการบินไทยแอร์เอเชีย 10 เส้นทาง ครอบคลุมเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจในเอเชียเป็นหลัก

สำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจากปลายไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้สดบางประเภทที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เตรียมยกระดับการให้บริการด้าน Fulfillment หลังจากที่บริษัทฯ ได้ลูกค้ารายใหม่ที่เป็นลูกค้าหลักหลายราย โดยจะพัฒนา Centralized Fulfillment Station ด้วยการติดตั้ง Sorting Line เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งยังสามารถลดต้นทุนในการทำงาน พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานในเดือนพฤศจิกายน 2563

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้ใหม่และกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ยังคงพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมตามแผนมากขึ้น เช่น การพัฒนาแพลทฟอร์มและการสร้างบริการ Fulfillment ครบวงจรสำหรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ การให้บริการขนส่งสินค้าทางบก การพัฒนาการให้บริการขนส่งทางรถไฟหรือทางราง โดยคาดว่าบางโครงการจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายไตรมาส 4/2563 หรือต้นปี 2564 นอกจากนี้ยังมีแผนเข้าซื้อและควบรวมกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะหาข้อสรุปได้ในปลายปี 2563

Read more...

“ทริพเพิล ไอ” ฝ่าวิกฤต COVID-19 ได้ดีเกินคาด สร้างผลงานดีกว่าไตรมาสแรก 39.8%

“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” โชว์ผลงานดีสร้างกำไรสุทธิ 31.5 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน 39.8% ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดในไตรมาส 2/2563 เปิดแผนครึ่งปีหลังคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง โฟกัสขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศ เร่งพัฒนาแพลทฟอร์มรองรับอีคอมเมิร์ซ

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 31.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2563 เติบโตขึ้นร้อยละ 39.8 แม้ว่ามูลค่าการนำเข้าส่งออกของประเทศไทยในไตรมาสที่ผ่านมาจะลดลงถึงร้อยละ 20.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้ การเติบโตของกำไรสุทธิดังกล่าวเป็นผลมาจากแผนการบริหารจัดการต้นทุน และผลประกอบการที่โดดเด่นของบริษัทร่วมและการร่วมค้า จากการเข้าลงทุนของบริษัทฯ ตามกลยุทธ์การขยายธุรกิจในภูมิภาคเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยมีส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 2/2563 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 78.8

ในส่วนของรายได้รวมในไตรมาส 2/2563 ของบริษัทฯ มีจำนวน 346.6 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าลดลงร้อยละ 15.0 และลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 51.3 ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยกเว้นกลุ่มธุรกิจการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่ยังสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานธุรกิจขายระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศของบริษัทฯ ผ่านบริษัท เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับรู้ผลประกอบการในลักษณะของส่วนแบ่งกำไรแทนการบันทึกรายได้จากการขายระวางขนส่งสินค้า”

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในครึ่งปีหลัง ในส่วนของธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่มนั้น กลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ คาดว่าจะยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้เต็มรูปแบบในเร็ววันนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนขาย มุ่งขยายธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอีคอมเมิร์ซ ซึ่งสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดที่เริ่มคุ้นชินต่อการใช้แพลทฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ในการสั่งซื้อสินค้า ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการขนส่งสินค้าภายในประเทศ ส่วนการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศที่มีบางสายการบินกลับมาบริการบางเส้นทาง ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจการรับจัดการขนส่งสินค้าแบบ Wholesale จากการมีทางเลือกให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น และยังมีอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากอุปทานในตลาดยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบเช่าเหมาลำ โดยเลือกเส้นทางที่มีความต้องการสูงและสร้างกำไรได้

ทางด้านกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก เน้นการให้บริการขนส่งสินค้าทางบกและการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลตอบรับค่อนข้างดีจากที่เริ่มให้บริการในไตรมาสก่อน และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกเนื่องจากการขนส่งสินค้าทางอากาศยังไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ

กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าทั่วไป จะมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หรือกระทบไม่มาก ได้แก่ ลูกค้ากลุ่มอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งลูกค้ากลุ่มการก่อสร้างโครงการ สาธารณูปโภคพื้นฐาน และพลังงานไฟฟ้า จะเน้นการให้บริการผ่านการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ เช่น การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ของโครงการต่างๆ ทางทะเลจากประเทศจีนผ่านไทยส่งต่อไปยังประเทศในกลุ่มอินโดจีนโดยใช้รถขนส่งสินค้าข้ามแดน เช่น ลาว กัมพูชา

และในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในไตรมาส 3/2563 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังขยายไลน์สินค้าด้วยการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและการใช้งานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเพิ่มเติมจากบรรจุภัณฑ์ขนาดมาตรฐานที่เคยจำหน่าย ส่วนธุรกิจของบริษัท DGPS (Singapore) คาดว่ายังสามารถสร้างผลประกอบการได้ดีทั้งจากบริการเดิมและบริการใหม่ที่มีผลตอบรับดีอย่างบริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อให้หน่วยงานและสำนักงานต่าง ๆ อีกทั้งการขนส่งสินค้าแอลกอฮอล์ น้ำยาทำความสะอาดที่มีอุปสงค์ในช่วงแพร่ระบาดยังคงมีการเติบโตได้ดี

นอกจากการพัฒนาธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่มแล้ว ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Business Development บริษัทฯ มีแผนขยายแหล่งรายได้ในธุรกิจแบบใหม่เพิ่มมากขึ้นภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การต่อยอดขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรร่วมค้า การขยายขอบเขตการให้บริการโลจิสติกส์ และการพัฒนารูปแบบบริการด้านโลจิสติกส์ด้วย Digital Platform โดยบริษัทฯ จะโฟกัสธุรกิจการขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ภายในประเทศ รวมทั้งธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบ Charter Flight ในลักษณะ On Demand การศึกษาและพัฒนาบริการด้านการขนส่งทางบกในระบบอื่นๆ ที่บริษัทฯ ยังไม่เคยให้บริการมาก่อนเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ อีกทั้งการพัฒนาแพลทฟอร์มสำหรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซให้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการสร้าง E-Logistics Platform เพื่อต่อยอดให้ฐานลูกค้าปัจจุบันของบริษัทซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม B2B ให้มีศักยภาพและช่องทางในการขายในลักษณะ Online Marketplace เพิ่มขึ้น

 

Read more...

ทริพเพิล ไอ ปรับกลยุทธ์ฟื้นธุรกิจหลังพิษโควิด-19 ปูพรมรุกระบบขนส่งสินค้าภายในประเทศ เร่งพัฒนาอีโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซ พร้อมผนึกพันธมิตรเสริมธุรกิจแกร่ง

ทริพเพิล ไอ ปรับกลยุทธ์ฟื้นธุรกิจหลังพิษโควิด-19 ปูพรมรุกระบบขนส่งสินค้าภายในประเทศ

เร่งพัฒนาอีโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซ พร้อมผนึกพันธมิตรเสริมธุรกิจแกร่ง

­­

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งทางกลุ่มบริษัทเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงได้มีการวางแผนเพื่อปรับแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูรายได้บางส่วนของกลุ่มบริษัทที่สูญเสียไป โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะเป็นแผนการดำเนินงานปี 2563-2566 โดยจะมุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ รวมทั้งการสร้างสรรค์โลจิสติกส์แพลตฟอร์มที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน และการต่อยอดธุรกิจเพื่อชดเชยรายได้ของกลุ่มบริษัทที่หายไป และยังเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคตอีกด้วย”

โดยแผนการพัฒนาธุรกิจดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. การขยายการให้บริการด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศ ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการทำธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก แต่ภายหลังวิกฤตโรคระบาดเกิดการปิดประเทศทั่วโลก ส่งผลให้มีข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาค ทำให้แนวโน้มการขนส่งสินค้าภายในประเทศมีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้ทำการพัฒนาการขนส่งภายในประเทศรูปแบบใหม่ๆ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้
  2. การขึ้นเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์สำหรับสินค้ากลุ่มอาหาร และกลุ่มยารวมถึงเวชภัณฑ์ ทางกลุ่มบริษัทเชื่อมั่นว่าสินค้าทั้งสองกลุ่มนี้จะมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเห็นได้จากข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารในเดือน ม.ค.-พ.ค. 2563 อยู่ที่ 9,847 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผักผลไม้สด แช่แข็ง และแปรรูป ทูน่ากระป๋อง ไก่แช่แข็งและแปรรูป ซึ่งสวนทางกับภาพรวมการส่งออกสินค้าของไทยในห้าเดือนแรกของปีนี้ที่มีอัตราลดลงจากปีก่อนร้อยละ 3.7 ในขณะที่ภาพรวมการนำเข้าสินค้าของไทยในเดือน ม.ค.-พ.ค. 2563 มีการปรับตัวลดลงร้อยละ 11.6 แต่สินค้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์ กลับมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 หรือคิดเป็นมูลค่า 1,406 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
  3. การร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ในการขยายฐานธุรกิจโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัทให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนารูปแบบบริการด้านโลจิสติกส์ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับลูกค้ากลุ่มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งพบว่าหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีผลต่อการใช้บริการด้านโลจิสติกส์ ส่งผลให้การสั่งสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทางกลุ่มบริษัทได้เล็งเห็นโอกาสในการขยายตลาดดังกล่าว ภายหลังจากการเข้าลงทุนในบริษัท แกแล็คซี่ เวนเจอร์ส จํากัด (GV) ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทได้เริ่มพัฒนารูปแบบบริการด้านโลจิสติกส์ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มหรืออีโลจิสติกส์สำหรับลูกค้ากลุ่มอีคอมเมิร์ซ โดยอาศัยจุดแข็งของบริษัทร่วมทุนอย่าง GV ที่มีบริษัทย่อย เช่น X Commerce ที่มีความชำนาญในการสร้างแพลทฟอร์มสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และ Sokochan ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์สำหรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ โดยจัดทำ Fulfillment Center สำหรับกลุ่มสินค้าที่เป็นอาหารสดที่ใช้ช่องทางการค้าในลักษณะออนไลน์ อีกทั้งยังมีการวางแผนพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อต่อยอดกับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ในส่วนของการให้บริการในภาคพื้นอากาศยาน ทางกลุ่มบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นพันธมิตรใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีและมีประสบการณ์ในการให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจการบินมายาวนาน ได้ให้ความสนใจเข้าลงทุนในบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน ) ได้มีมติให้บริษัทขายหุ้นบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 33.20 ให้กับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว จะทำให้กลุ่มบริษัทยังคงถือหุ้นในบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 25 ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญอยู่ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเล็งเห็นว่าการร่วมมือกับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้จะทำให้เกิดการประสานศักยภาพความชำนาญด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของทางกลุ่มบริษัทและความเชี่ยวชาญด้านไอที ของบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันต่อยอดขยายศักยภาพการให้บริการของทั้งบริษัทเอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AOT และบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในการดำเนินธุรกิจการให้บริการภาคพื้นอากาศยานและผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT ให้ครอบคลุมและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน AOTGA ได้ให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และเตรียมขยายการให้บริการในท่าอากาศยานระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไป

 

Read more...

บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (iii) ปิดงบไตรมาส 1/2563 ยังคงทำกำไรท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ปรับกลยุทธ์หันมาขนส่งสินค้าแบบเช่าเหมาลำทดแทนสายการบินหยุดให้บริการ เร่งพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศเตรียมสร้างแพลทฟอร์มใหม่ พร้อมลุยเต็มสูบหลังโรคระบาดคลี่คลาย

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ว่า “แม้ว่าภาพรวมรายได้ของบริษัทจะปรับตัวลดลงเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก แต่ผลประกอบการของบริษัทยังคงสามารถทำกำไรได้ แม้ว่าจะมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2563 จำนวน 22.5 ล้านบาท ลดลง 20.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 47.4 จากไตรมาส 1/2562 ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทั้งสภาพเศรษฐกิจและวิกฤติ COVID-19 นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/2563 บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการบันทึกตามมาตรฐานบัญชีใหม่ อีกทั้งธุรกิจขายระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศของบริษัท ได้เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานเป็นการดำเนินงานผ่านทางบริษัท เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทการร่วมค้าระหว่างบริษัท กับบริษัท Teleport Everywhere Pte., Ltd. ในกลุ่ม AirAsia จึงทำให้บริษัทไม่ได้มีการบันทึกรายได้ในส่วนของเทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จากการขายระวางขนส่งสินค้า แต่เป็นการรับรู้ผลประกอบการในลักษณะของส่วนแบ่งกำไรแทน

ซึ่งส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าในไตรมาส 1/2563 จำนวน 23.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 46.5 ตอบรับกับกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ขยายธุรกิจไปสู่ภูมิภาค แม้ว่าธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในขณะที่ธุรกิจของ DG Packaging Pte., Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ กลับมีปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์และการขนส่งสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการป้องกันเชื้อโรค และยังสามารถเพิ่มรายได้จากการให้บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในสำนักงานให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสามารถสร้างผลประกอบการเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าไตรมาสที่ 2/2563 ธุรกิจจะยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และจากแนวโน้มปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทางบริษัทจึงมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจในเชิงรับมาตั้งแต่ในไตรมาสแรกของปี ได้แก่ การบริหารจัดการต้นทุนซึ่งจะส่งผลอย่างชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2/2563 รวมถึงการหันมาให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศในรูปแบบการเช่าเหมาลำ (Chartered Flight) และการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ภายในประเทศมากขึ้นเพื่อทดแทนการหยุดให้บริการของสายการบินต่างๆ

นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งพัฒนาแผนธุรกิจเชิงรุกด้านการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต และยังมีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโมเดลและแพลทฟอร์มการให้บริการด้านโลจิสติกส์ใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตร เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านโลจิสติกส์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นภายหลังวิกฤตโรคระบาด ซึ่งการปรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม และกลุ่มธุรกิจ Business Development”

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ บริษัทฯ และ บจก. เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) ได้มีการปรับรูปแบบการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศมาเป็นบริการเช่าเหมาลำโดยเฉพาะ โดยเลือกเส้นทางที่ยังทำกำไรได้ โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าแบบเช่าเหมาลำไปยังหลายประเทศในแถบเอเชีย

กลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก ภายหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายการเดินเรือ Rizhao Port Shipping Line ที่บริษัทเป็นตัวแทนได้หยุดให้บริการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทจึงเพิ่มสัดส่วนการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนทางบกมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาขนส่งสินค้าทางบกในรูปแบบอื่นอีกด้วย

สำหรับกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์และกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ ได้มีการบริหารจัดการด้านต้นทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายคงที่ และบริหารจัดการต้นทุนขายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยบริษัทเริ่มมีการพัฒนาโครงการขนส่งสินค้าแบบ Multimodal เช่น การขนส่งสินค้าทางทะเลจากประเทศจีนผ่านประเทศไทยเพื่อส่งต่อสินค้าไปยังประเทศลาวโดยการใช้รถขนส่งสินค้าข้ามแดน รวมทั้งมีการขยายฐานลูกค้าที่เป็น B2B มากขึ้นเพื่อชดเชยลูกค้ากลุ่ม Retail ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดห้างร้าน Modern Trade ต่าง ๆ

นอกจากการพัฒนาธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่มแล้วนั้น บริษัทยังมีแผนการพัฒนาธุรกิจใหม่ในกลุ่มธุรกิจ Business Development ที่มุ่งเน้นการขยายแหล่งรายได้จากธุรกิจรูปแบบใหม่มากยิ่งขึ้น ประกอบกับการปิดประเทศทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้มีข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาค ทำให้การค้าระหว่างประเทศภายในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทางบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ภายในภูมิภาคและภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ดังนี้

1. การต่อยอดขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรร่วมค้า : ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ บริษัทรวมกับ เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) เตรียมปรับรูปแบบการให้บริการขนส่งสินค้าเป็นการขนส่งสินค้าแบบ Cargo Flight โดยจะกำหนดตารางการบินในการขนส่งสินค้าทางอากาศให้มีความสม่ำเสมอและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อทดแทนการหยุดให้บริการของสายการบินทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับภูมิภาคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเตรียมให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบด่วนพิเศษภายในภูมิภาคสำหรับกลุ่มลูกค้า B2B และยังพัฒนาการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศแบบด่วนพิเศษอีกด้วย

2. การขยายขอบเขตการให้บริการโลจิสติกส์ : บริษัทจะขยายธุรกิจในภาคพื้นอากาศยานภายในประเทศและผู้โดยสาร ซึ่งปัจจุบันให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และเตรียมขยายการให้บริการในท่าอากาศยานระหว่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ช่วงต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยคาดว่าจะเป็นช่วงที่มีปริมาณการใช้บริการภาคพื้นอากาศยานและผู้โดยสารจะกลับมาเป็นปกติภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย บริษัทยังเตรียมพร้อมในการให้บริการศูนย์ขนส่งสินค้า Express Center ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งคาดว่าเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 4 เช่นกัน ปัจจุบัน บริษัทกำลังศึกษาแผนการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์ในลักษณะ Project Cargo Handling & Cross Border รวมทั้งการให้บริการด้านการขนส่งทางบกในระบบราง เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ให้กับกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก

3. การพัฒนารูปแบบบริการด้านโลจิสติกส์ด้วย Digital Platform : บริษัทเตรียมจัดทำ Fulfillment Center สำหรับกลุ่มสินค้าที่เป็นอาหารสดที่ใช้ช่องทางการค้าในลักษณะ Online โดยอาศัยจุดแข็งของพันธมิตรที่มีความชำนาญในการสร้างแพลทฟอร์มสำหรับธุรกิจ E-Commerce และ E-Logistics อีกทั้งยังมีการร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนา E-Commerce Platform ต่อยอดกับธุรกิจโลจิสติกส์ของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จากการปรับแผนการดำเนินธุรกิจทั้งในเชิงรุกและเชิงรับดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายังมีปัจจัยลบจากภายนอก

Read more...

ทริพเพิล ไอ รวมทุกแรงใจ ต้านภัยโคโรนา

แม้ว่าธุรกิจจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทิพย์ ดาลาล CEO หนุ่มใหญ่ใจดีแห่ง บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ขอมีส่วนร่วมให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ เตรียมจัดส่งหน้ากากและผ้ากันเปื้อนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดยจะส่งไปยังโรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง ได้แก่ รพ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ รพ.สิรินธร จ.ขอนแก่น รพ.กัลยาณิวัฒนาการุณย์ จ.นราธิวาส รวมทั้ง รพ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และ รพ.ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์และยังขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมเขียนข้อความให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ผ่านเฟสบุคแฟนเพจ www.facebook.com/iiilogistics/ ได้ตลอดเดือนเมษายน และจะรวบรวมข้อความส่งต่อแรงใจไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป

Read more...

ทริพเพิล ไอ ส่งมอบความสุขในคอนเซปต์ Eco To Go

“ทิพย์ ดาลาล” ซีอีโอไฟแรงแห่ง บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ยังคงคอนเซ็ปท์รักษ์โลกอย่างต่อเนื่องสั่งทำเซ็ตของขวัญสวัสดีปีใหม่เตรียมแจกลูกค้าและพันธมิตรของทริพเพิล ไอแบบจัดเต็ม โดยปีนี้มาในธีม Triple i Eco-to-go รณรงค์การนำผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก มีทั้งถุงผ้า shopping bag เซ็ตหลอดสเตนเลส และแก้วน้ำที่ผลิตจากฟางข้าวสาลีซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อเซฟโลกเราอย่างนี้ กดไลค์ให้เลยค่ะ!

Read more...

บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ผุดโครงการ “Recovering Ubon” ฟื้นฟูฟื้นใจคนไทยหลังน้ำลด

แม้ว่าเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคอีสานจะคลี่คลายลงแล้ว การใช้ชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังน้ำท่วมยังคงต้องการการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยทั้งเวลาและงบประมาณเป็นจำนวนมาก บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย จึงจัดโครงการ “Recovering Ubon” เพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลดให้กับผู้ประสบภัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี

โครงการ “Recovering Ubon” เกิดขึ้นโดยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ด้วยความร่วมแรงร่วมใจทั้งจากทีมผู้บริหารและพนักงานของ บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ และบริษัทในเครือ ร่วมกับ บจก. เอ็กคู่ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) และยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยกันบริจาคทั้งเงินและสิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไทยแอร์เอเชียที่ช่วยลำเลียงสิ่งของบริจาคจากกรุงเทพฯ ไปยังอุบลราชธานี องค์การเภสัชร่วมบริจาคชุดยาตำราหลวงจำนวน นอกจากนี้ออฟฟิศเมทและกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจยังช่วยบริจาคเครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งต่อไปยังโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย ทั้งหมดนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

สำหรับการช่วยเหลือภาคประชาชนผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ เราได้บริจาคเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 10 เครื่องเพื่อใช้ในการทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลด ชุดยาตำราหลวงจำนวน 300 ชุด กล่องเอนกประสงค์สำหรับเก็บสิ่งของที่ได้รับบริจาค และยังมีข้าวสารจำนวน 3 ตันเพื่อเป็นข้าวสารกองกลางประจำหมู่บ้านเพื่อจัดสรรให้กับครัวเรือนต่างๆ ที่ที่นาได้รับความเสียหายและขาดแคลนข้าวสารในการบริโภค อีกทั้งยังได้ส่งต่อชุดยาตำราหลวงจำนวน 100 ชุดให้กับมูลนิธิประชาสังคมเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในการลงพื้นที่ต่อไป

ในส่วนของสถาบันการศึกษา บริษัทฯ ได้ประสานงานกับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 จำนวน 14 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 4 แห่ง ในพื้นที่อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอโขงเจียม อำเภอตาลสุม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอสิรินธร โดยให้ความช่วยเหลือเป็นชุดเครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ศิลปะ ยาห้องพยาบาลสำหรับเด็กเล็กและเด็กโต และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม อาทิ พริ้นเตอร์ โต๊ะญี่ปุ่น ชั้นวางรองเท้า ชั้นเก็บของ ช้อนส้อมเด็ก ชุดซิงค์ล้างจาน หนังสือแบบเรียน หนังสือนิทาน สมุดระบายสี ที่นอนเด็กเล็ก ของเล่นเสริมพัฒนาการ

เราหวังว่าความช่วยเหลือที่มาจากความตั้งใจของหลายๆ ฝ่ายในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่ช่วยบรรเทาทุกข์และส่งกำลังใจให้คนไทยผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากไปได้ เพราะทริพเพิล ไอเราเชื่อมาโดยตลอดว่าการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการมีจิตสำนึกสร้างสรรค์สิ่งดีๆ คืนให้กับสังคม จะเป็นแนวทางแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

 

Read more...

“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” อวดกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกโต 26.7% เดินหน้าเจรจาพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่ง มั่นใจปีนี้เติบโตตามเป้า

“บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” ใส่เกียร์เดินหน้าเจรจาพันธมิตรช่วยเสริมความแข็งแกร่ง มุ่งขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค ด้านผู้บริหาร “ทิพย์ ดาลาล” โชว์กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 136.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.7% พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เข้าร่วมลงทุนมั่นใจปี 62 โชว์ผลงานโตตามเป้า 20%

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ) หรือ III ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทยที่ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศทางทะเล และทางบก การบริหารจัดการโลจิสติกส์ รวมทั้งการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 669.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 42.8 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนยังสามารถประคองตัวได้ดีท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจภายนอกประเทศที่มีการหดตัวทั่วโลก

ในขณะเดียวกันผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,063.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 136.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 26.7% เนื่องจากบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เข้าร่วมลงทุน โดยเฉพาะบริษัท DG Packaging Pte., Ltd. ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเข้าซื้อกิจการไปเมื่อ 2 กรกฎาคม 2561 และบริษัท Around Logistics Management ประเทศฮ่องกง ที่เข้าซื้อกิจการเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา

“ปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการส่งออกและนำเข้าของประเทศ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นจากการที่กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้บางส่วนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ด้วยบริษัทฯ มีการวางกลยุทธ์สำหรับดำเนินธุรกิจ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 ประคับประคองมาได้และคาดว่าสิ้นปีจะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ว่าโตปีละ 20%” นายทิพย์เผย
ทั้งนี้ในไตรมาส 3-4 ของทุกปี จะมีปริมาณการขนส่งสินค้ามากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก แต่ในไตรมาสที่ 3/2562 ที่ผ่านมาพบว่าปริมาณการขนส่งสินค้าไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจภายนอก เช่น การแข็งค่าของเงินบาท ปริมาณการส่งออกสินค้าของไทยและของภูมิภาคที่หดตัวลง ส่งผลให้ทั้งปริมาณความต้องการการขนส่งสินค้าและอัตราค่าระวางมีการปรับตัวลดลง

ในไตรมาสที่ 4/2562 ภาพรวมปริมาณการขนส่งสินค้าคาดว่าจะใกล้เคียงหรือปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 3/2562 เล็กน้อย ในส่วนของการเจรจากับพันธมิตรอย่าง Teleport Everywhere Pte., Ltd. เรื่องการร่วมทุนนั้นเป็นไปด้วยดีตามบันทึกข้อตกลง โดยคาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จและลงนามเซ็นสัญญาการร่วมทุนภายในสิ้นปีนี้ และพร้อมดำเนินธุรกิจร่วมกันในต้นปี 2563 และยังมีการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด อีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนขยายกิจการไปยังต่างประเทศจากบริษัทในเครือและบริษัทที่เราได้เข้าซื้อกิจการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงทำให้บริษัทฯ ยังเชื่อมั่นว่าจะยังเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้

Read more...