“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” โชว์ผลงานปี 61 โดดเด่น ทำสถิติสูงสุดทั้งรายได้และกำไร ตั้งเป้า 3 ปี โตปีละ 20%

“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” โชว์ผลงานปี 61 โดดเด่นทำสถิติสูงสุดทั้งรายได้และกำไร รับอานิสงส์ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรสดใส ส่วนปี 62 หัวเรือใหญ่ “ทิพย์ ดาลาล” วางเป้า 3 ปีเติบโตปีละ 20% เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม E-Commerce –ซื้อกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก เสริมความแข็งแกร่งต่อยอดธุรกิจ ด้านบอร์ดไฟเขียวปันผลงวดปี 61 หุ้นละ 0.17 บาท กำหนดรับเงินวันที่ 22 พ.ค.62

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทยที่ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศทางทะเลและทางบกการบริหารจัดการโลจิสติกส์ รวมทั้งการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 25 ปี เปิดเผยว่าในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,770.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 2,294.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 150.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 129.6 ล้านบาท ซึ่งทำสถิติสูงสุดโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ

เนื่องจากการให้บริการของทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.ธุรกิจขนส่งทางอากาศ 2.ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก 3.ธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ และ 4.ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ มีอัตราการเติบโตกว่า 20.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจบริหารคลังสินค้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา มีปริมาณสินค้าที่ให้บริการผ่านคลังสินค้าราว 90,000 ตัน ซึ่งสูงกว่าประมาณการไว้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังได้ขยายการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยร่วมมือกับพันธมิตรสานการเดินเรือริเซาของประเทศจีนไปยังเส้นทางการขนส่งหลักของภูมิภาค ได้แก่ ประเทศจีน ประเทศเวียดนามและประเทศไทย เริ่มให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2561

นายทิพย์ กล่าวต่อไปว่าแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 – 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน โดยมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจประกอบด้วย การขยายฐานลูกค้ากลุ่ม E-Commerce ระหว่างประเทศโดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มลูกค้าดังกล่าวของโลก โดยอาศัยจุดแข็งจากการที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนของสายการบิน รวมทั้งการเป็นพันธมิตรกับสายการบินต่างๆ ที่มีบริการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ทั่วโลก นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจในส่วนของการเป็นตัวแทนสายการบินในระดับภูมิภาคในลักษณะการเข้าซื้อกิจการ ที่เป็นการเติบโตแบบ Inorganic โดยการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (ฮ่องกง) เพื่อขยายเครือข่ายการเป็นตัวแทนสายการบินทั้งในเอเชีย ยุโรปและอเมริกาเหนือ ครอบคลุมเส้นทางให้บริการ 24 ประเทศ มากกว่า 22 สายการบิน

ส่วนธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก บริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าในระบบตู้คอนเทนเนอร์ทั้งที่เป็นการเติบโตตามพันธมิตรของสายการเดินเรือ และการขยายตัวของเศรษฐกิจในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ ในปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการคลังสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ บนพื้นที่ 21,500 ตารางเมตร โดยมีอัตราการใช้พื้นที่ร้อยละ 90 จึงต้องมีแผนขยายพื้นที่การให้บริการเพิ่มเติมทั้งในพื้นที่เดิม บางนา กม.39 และการศึกษาการสร้างคลังสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์โดยเฉพาะ จะเน้นพื้นที่การให้บริการที่มีศักยภาพ เช่น เขตระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกและหลังจากที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท DG Packaging Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำในการให้บริการและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์ทางอากาศ บริษัทฯ คาดว่าปีนี้ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มตลาดสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ทั่วโลกยังมีการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

อนึ่ง คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลงวดการดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2561 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 3 พ.ค. 2562 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 2 พ.ค. 2562 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค.2562

Read more...

Triple i Logistics spends more than 500 million baht to complete its deal on the purchase of a 50% stake in Around Logistics Hong Kong, stepping up to be truly a sales agent of freight for airlines in the region.

Triple i Logistics PLC. (iii), Thailand’s leading integrated logistics operator, announced to buy a 50% stake in Around Logistics Management Company Limited in Hong Kong for over 500 million baht to strengthen its air freight business and also expand its partnership with airlines in providing service to cover destination in 24 nations worldwide. It expects total sales in 2019 would grow over 20%.Triple i Logistics PLC. (iii), Thailand’s leading integrated logistics operator, announced to buy a 50% stake in Around Logistics Management Company Limited in Hong Kong for over 500 million baht to strengthen its air freight business and also expand its partnership with airlines in providing service to cover destination in 24 nations worldwide. It expects total sales in 2019 would grow over 20%.

Mr. Tipp Dalal, CEO of Triple i Logistics PLC. (iii), said the company’s board meeting has approved a deal to purchase a 50% stake in Around Logistics Management Company Limited in Hong Kong. It has bought 125,000 shares, or making up 50% of the common shares to be issued and allocated of Around Logistics. To do so, the company has used its fund raised from IPO, cash flow from operation and borrowed from financial institutions to spend on the purchase, with the aim to increase its business value in air freight business. Especially General Sales Agent (GSA), it is aimed at driving its growth, boosting its competitiveness and strengthening its business after acquiring DGP in Singapore and a 14.95 stake in SAL Group (Thailand) Company Limited early this year.

Around Logistics Management Company Limited and its subsidiaries are trade partner with Triple i Logistics for more than a decade to operate business as a general sales agent of freight with airlines specializing in Asian region with offices in Thailand, Singapore, Hong Kong and Vietnam. Currently, it is an agent for more than 22 airlines such as All Nippon Airways, Vietnam Airlines, Hong Kong Airlines and leading airlines with destination covering in 24 nations across Asia, North America and Europe.

Mr. Tipp said buying shares in Around Logistics Management will help strengthen the company’s strategy in the competitive market. Benefit gains from the acquisition is as follows:

• To increase opportunity to expand its business regionally following the company’s strategy which is moving ahead its 4 major business, and one of them is air freight service. Investing in Around Logistics Management, with its subsidiaries as freight agents for airlines in the region, especially in Hong Kong and Singapore as trade hub in Asia, and also Vietnam with fast-growing economy and this will lead Triple i Logistics to receive know-how about international trade for being the agent for 22 international airlines to serve the company’s strategy in securing its future growth. Moreover, the firm will receive a regional partnership to help add value to the existing businesses in the group to expand regionally.

• To increase the company’s sales and profit. After the acquisition, Around Logistics is part of the group, which will produce a return from investment through dividend contribution and profit to the company, resulting in strengthening our profit and cash flow in the group in long term.

“This investment is a crucial step for the company’s strategy in partnership with our network in order to add its business value in the company’s air freight service to cover different nations across Asia truly. Sales and profit the company will receive will in part lead the company to achieve its sales target as expected, thanks to organic growth from major business and inorganic growth from acquisition. Currently, the firm has boosted our competitiveness and created differentiation over rivals in order to secure our sustainable growth. For 2019, Triple i Logistics expect its sales would grow more than 20%,’’ Mr. Tipp said.

About Triple i Logistics (iii)Triple i Logistics is the logistics provider in four areas, including air freight, sea freight and inland transport, logistics management and chemical & specialty logistics, to serve various Thai, international and public clients.

Read more...

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ สยายปีก ทุ่มกว่า 500 ลบ. ปิดดีลซื้อหุ้น Around Logistics Hong Kong 50% ก้าวสู่การเป็นตัวแทนสายการบินในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (จำกัด) มหาชน หรือ iii ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรของไทย ประกาศซื้อหุ้น 50% ของบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ประเทศฮ่องกง ด้วยมูลค่าการซื้อกว่า 500 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ขยายฐานพันธมิตรสายการบินครอบคลุมเส้นทางให้บริการ 24 ประเทศทั่วโลก ปักธงยอดขายปี 62 เติบโตกว่า 20 %

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 50% ในบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (Around Logistics Management Company Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในฮ่องกง โดยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 125,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ อราวน์ โลจิสติกส์ โดยใช้เงินทุนที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทฯ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อต่อยอดกลุ่มธุรกิจการบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะธุรกิจการเป็นตัวแทนสายการบิน (GSA) เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่บริษัทฯ ได้ซื้อดีล DGP สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว รวมถึงการซื้อหุ้นของ บริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 14.95 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

บริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัทในกลุ่ม เป็นคู่ค้ากับทริพเพิลไอ โลจิสติกส์ มานานกว่า 10 ปี ดำเนินธุรกิจหลักเป็นตัวแทนขายระวางสินค้าให้กับสายการบินที่มีความเชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชีย โดยมีบริษัทย่อยอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม ปัจจุบันเป็นตัวแทนให้กับสายการบินต่างๆ มากกว่า 22 สายการบิน อาทิ สายการบิน All Nippon Airways, Vietnam Airlines, Hong Kong Airlines และสายการบินชั้นนำอื่นๆ ซึ่งมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุม 24 ประเทศ ทั่วทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป

นายทิพย์ เผยต่อว่า การซื้อหุ้นบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นการเสริมยุทธศาสตร์การแข่งขันของทางบริษัทฯ โดยประโยชน์ที่ทางบริษัทฯ จะได้รับจากซื้อหุ้นในครั้งนี้ ได้แก่
– เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มีแผนที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มหลัก โดยหนึ่งในนั้นคือธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ การลงทุนใน อราวน์ โลจิสติกส์ ซึ่งมีบริษัทย่อยเป็นตัวแทนขายระวางสินค้าให้แก่สายการบินในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญในเอเชีย รวมทั้งประเทศเวียดนามที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ทำให้ ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ได้ Know-how เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศด้านการเป็นตัวแทนสายการบินนานาชาติมากกว่า 22 สายการบิน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มาซึ่งพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพในระดับภูมิภาค เพื่อต่อยอดกับธุรกิจต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ในปัจจุบันให้สามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้อีกด้วย
– เสริมสร้างรายได้และผลกำไรของบริษัทฯ ภายหลังการเข้าทำรายการในครั้งนี้ อราวน์ โลจิสติกส์ จะมีสถานะเป็นบริษัทร่วมของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะสามารถรับรู้กำไรจากการลงทุนทั้งในรูปแบบเงินปันผล และกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งจะเป็นส่วนสร้างผลกำไรและกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาวให้กับกลุ่มบริษัทฯ

“การลงทุนครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเชิงกลยุทธ์ที่บริษัทฯได้จับมือกับพันธมิตรในการขยายเครือข่ายเพื่อต่อยอดธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศของบริษัทฯ ให้ครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียได้อย่างแท้จริง โดยรายได้และสัดส่วนกำไรที่จะได้รับจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย ที่จะมีการเติบโตทั้งจากธุรกิจหลักในปัจจุบันของบริษัทฯ (organic) และการเติบโตลักษณะการเข้าซื้อกิจการ (inorganic) ที่ตั้งไว้ในปีนี้ และยังเป็นฐานในการขยายโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อเสริมให้บริษัทฯ มีการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต สำหรับปี 2562 บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%” นายทิพย์ ดาลาล กล่าวสรุป

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทฯ
ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (iii) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1. การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) 2. การขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก (Sea Freight and Inland Transport) 3. การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า (Logistics Management) และ 4. โลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย (Chemical & Specialty Logistics) โดยมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทมหาชน บริษัทข้ามชาติ และบริษัทไทยจำนวนมาก

Read more...

บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ชูจุดยืนการเติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการเติบโตจากการเป็นบริษัทจำกัด สู่การเป็นบริษัทมหาชน บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านโลจิสติกส์ครบวงจรของไทย และบริษัทในเครือมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งการเติบโตอย่างมี “มูลค่า” คือการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างมี “คุณค่า” คือ การมีจิตสำนึกสร้างสรรค์สิ่งดีๆคืนให้กับสังคม

ที่ผ่านมาทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนการศึกษากับนักเรียนที่ขาดแคลนโอกาส การสนับสนุนหน่วยงานและมูลนิธิต่างๆ อย่างสม่ำเสมอในแง่ของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ บริษัทยังมีการจัดกิจกรรม Open House เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานโลจิสติกส์แบบครบวงจรให้กับนิสิตนักศึกษาในสาขาวิชาโลจิสติกส์

โดยในปีที่แล้ว บมจ. ทริพเพิล ไอโลจิสติกส์ และบริษัทในเครือได้สร้างสรรค์กิจกรรมซีเอสอาร์ ตลอดทั้งปี เริ่มจากบริษัท ทริพเพิล ไอ เอเชีย คาร์โก จำกัด เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานแข่งขันกอล์ฟการกุศล The Annual AGC Tournament 2018 โดยร่วมกับคณะผู้จัดงานบริจาคทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านดงวิทยาคาร และโรงเรียนหัวเขาแก้ว จ.นครนายก

ถัดมาเป็นโครงการ “ปันน้ำใจ สายใยผูกพัน สานฝันบ้านราชาวดี” ซึ่งทีมผู้บริหารและพนักงานของ บริษัท ทริพเพิล ไอ มาริไทม์ เอเยนซีส์ จำกัด และ บริษัท ซีเค ไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้และอาหาร รวมทั้งทำกิจกรรมสันทนาการมอบรอยยิ้มให้กับน้องๆ ผู้พิการที่อยู่ในการดูแลสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาบ้านราชาวดีชาย

ส่งท้ายปีเก่า ด้วยนอกจากนี้ เรายังสร้างสรรค์โครงการ “Growing stronger, Growing together” โดยได้นำกระดาษรีไซเคิลมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตปฏิทินและไดอารี่ประจำปี 2019 ภายใต้คอนเซปต์กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยภาพถ่ายจากช่างภาพมืออาชีพ 6 ท่าน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่กำลังจะหมดไปหากไม่ได้รับการดูแลนอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานการณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติและข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า ปริมาณขยะ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกันดูแลสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา

เรายังร่วมสนับสนุนให้กับมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้ปฏิบัติหน้าที่อนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าแทนพวกเราทุกคน เพราะเราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือกันในการสร้างจิตสำนึกเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ จะเป็นตัวอย่างเล็กๆของการเริ่มต้นสร้างความแข็งแกร่งและจะพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

 

Read more...

ทริพเพิล ไอ ปลื้มไตรมาส 2/61 กวาดรายได้กว่า 700 ล้าน กำไรเติบโตต่อเนื่องสามไตรมาส ครึ่งปีหลังเตรียมลุยช่วง High Season

III ปลื้มผลงานไตรมาส 2 ปีนี้ กวาดรายได้ 700.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท ทั้งปีย้ำเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อน 2,294.6 ล้านบาท รับอานิสงส์ 4 ธุรกิจหลัก “ขนส่งสินค้าทางอากาศ-ทางทะเลและทางบก-ธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์-ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์” เข้าสู่ High Season ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ไตรมาส 3 ปีนี้ จะเริ่มรับรู้รายได้จาก DG Packaging ในสิงคโปร์ หนุนผลงานสดใส 

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 25 ปี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2561 (สิ้นสุด ณ เดือนมิถุนายน 2561) บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้ 700.1 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 563.1 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิลดลง 4.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และหากเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2561 มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 97.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16 โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 48

กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2561 จำนวน 38.4  ล้านบาท มาจากรายได้และปริมาณการให้บริการของทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก ธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ และธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ โดยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2561 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้รวมจำนวน 1,303.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่าร้อยละ 17.5 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการให้บริการที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงอันเนื่องมาจากผลกระทบจากค่าเงินบาท

นายทิพย์กล่าวว่า “แม้ผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาทต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทฯ มีอัตราการทำกำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศนั้น แต่ทั้งนี้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาส 2/2561 มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อนถึงร้อยละ 48”

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้เป็นตัวแทนให้กับสายเรือพันธมิตรได้แก่ สายเรือริเซา จากประเทศจีน ส่งผลให้มีความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลเพิ่มขึ้นด้วย ประกอบกับการให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศที่สนามบินนานาชาติดอนเมืองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นการให้บริการทั้งภายในกลุ่มบริษัทฯ เอง และให้บริการแก่สายการบินและลูกค้าอื่น ๆ อีกด้วย และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการ ของบริษัท DG Packaging Pte., Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ ในสัดส่วนร้อยละ 50 ซึ่งประกอบธุรกิจขายและให้บริการเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ คิดเป็นเงินลงทุนจำนวน 267.8 ล้านบาท โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ รวมถึงเป็นการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างผลกำไรให้กับกลุ่มบริษัทฯ โดยจะรับรู้ผลกำไรจากส่วนแบ่งของเงินลงทุนได้ในไตรมาส 3/2561

“ในช่วงครึ่งปีหลัง  ผลประกอบการมีแนวโน้มออกมาในทิศทางที่ดี เพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจโลจิสติกส์และการส่งออก  โดยในปีนี้ปริมาณการส่งออกมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งพันธมิตรหลักของบริษัทฯ ทั้งสายการบินไทยแอร์เอเซีย และไทยแอร์เอเซีย เอ็กซ์ มีการเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศและการใช้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน โดยเฉพาะธุรกิจคลังสินค้าระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงการบริหารจัดการด้านผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และในส่วนของการลงทุนกับ บริษัท DGP ในสิงคโปร์ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3  ทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้และกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น จึงคาดว่ารายได้ในปีนี้ จะเติบโต 15-20% จากปีก่อนซึ่งทำได้ 2,294.6 ล้านบาท” นายทิพย์ กล่าว

Read more...

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (iii) รุกคืบสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาค ทุ่มทุน 267 ล้านบาท ซื้อหุ้น DG Packaging ขยายฐานลูกค้าเชิงกลยุทธ์ คาดรายได้ปีนี้เติบโตกว่า 20%

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (จำกัด) มหาชน หรือ iii ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทย ประกาศเข้าซื้อหุ้น 50% บริษัท DG Packaging Pte. Ltd. (DGP) ประเทศสิงคโปร์ ช่วยขยายฐานลูกค้าเชิงกลยุทธ์ พร้อมผลักดันผลประกอบการให้เติบโตยิ่งขึ้น คาดสร้างยอดขายปี 61 เติบโตกว่า 20%

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เปิดเผยว่า “คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้ บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้น  50 % ในบริษัท DG Packaging Pte. Ltd. (DGP) ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศสิงคโปร์ที่ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์และให้บริการรับบรรจุสำหรับสินค้าอันตรายที่ใช้ในการขนส่งสินค้า  โดยใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ประมาณ 267ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์  โดยประโยชน์ที่ทางบริษัทจะได้รับจาก บริษัท DG Packaging  ได้แก่  1. จะช่วยให้กลุ่มบริษัทฯสามารถเติบโตและต่อยอดทางธุรกิจในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจืสติกส์ของสินค้าอันตรายในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการทำธุรกิจที่สำคัญของโลก 2. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจจากการบูรณาการในแนวดิ่ง (Vertical Integrated) ของกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์ และสินค้าอันตรายของกลุ่มบริษัทฯ 3. การเข้าซื้อหุ้น DGP ดังกล่าวเป็นการลงทุนที่จะสร้างผลกำไรและกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาวให้กับกลุ่มบริษัทฯ โดยล่าสุดในปี 2560 บริษัท DG Packaging  มีรายได้ 198 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 31 ล้านบาท ซึ่งการเข้าถือหุ้น DG Packaging ครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ทริพเพิล ไอ ในการขยายธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาคอาเซียน ยังเป็นศูนย์กลางของตลาดโลจิสติกส์ สินค้าเคมี และสินค้าอันตรายในภูมิภาคนี้ การเข้าถือหุ้นใน DG Packaging     ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจที่สำคัญของบริษัทฯ จึงเป็นการขยายธุรกิจในเชิงลึกที่จะเพิ่มกำไรให้กับกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต

นอกจากนี้ DG Packaging ยังเป็นบริษัทฯ ที่มีผลประกอบการที่ดี โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิในปี 2561กว่า 50 ล้านบาท  ซึ่งจะช่วยทำให้ผลประกอบการของ ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ทริพเพิล ไอ จะได้ประโยชน์จากเครือข่ายธุรกิจของ DG Packaging ซึ่งครอบคลุม 18 ประเทศใน 5 ทวีป

นายทิพย์ ดาลาล กล่าวเสริมว่า “ สำหรับครึ่งปีหลัง 2561 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีกว่าในครึ่งปีแรก โดยคาดว่าจะเติบโตทั้งปีมากกว่า 20% เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจโลจิสติกส์และการส่งออก ซึ่งปีนี้มีปริมาณการส่งออกมีการเติบโตสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจหลักของบริษัทฯทั้งธุรกิจขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางเรือ และขนส่งเคมีภัณฑ์ คาดว่าจะเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี ในธุรกิจขนส่งทางอากาศ พันธมิตรหลักของบริษัทฯ ได้แก่ สายการบิน ไทยแอร์เอเซีย และไทยแอร์เอเซีย เอ็กซ์ มีการเปิดเส้นทางสายการบินใหม่ ซึ่งจะช่วยทำให้ปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในส่วนธุรกิจขนส่งทางเรือ สายเรือริเชา ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ จะมีการขยายเส้นทางการเดินเรือใหม่ไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง นอกจากนี้สายเรือ CK Line ซึ่งเป็นพันธมิตรในบริษัทฯร่วมทุนของบริษัทฯ จะเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ไปภาคเหนือของประเทศจีน จากปัจจัยเหล่านี้จะล้วนเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งทางเรือให้กับบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ คาดว่ารายได้จากธุรกิจการขนส่งทางเรือจะเติบโตไม่น้อยกว่า 50%

นอกจากนี้ รายได้ธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ อาทิ การบริหารคลังสินค้าระหว่างประเทศ ก็จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจขนส่งทางอากาศได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันธุรกิจขนส่งเคมีภัณฑ์คาดว่าจะมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น จากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซึ่งบริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่คลังสินค้าเคมีเพื่อรองรับการเติบโตไว้เรียบร้อยแล้ว น่าจะได้ประโยชน์จากการปริมาณการขนส่งสินค้าในครึ่งปีหลังซึ่งเป็นช่วง Peak Season”

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (iii) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.การขนส่งสินค้าทางอากาศ  (Air Freight) 2. การขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก (Sea Freight and Inland Transport)  3.การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า (Logistics Management) และ 4.โลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย (Chemical & Specialty Logistics) โดยมีบริษัทฯในเครือทั้งหมด 24 บริษัท และมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทมหาชน บริษัทข้ามชาติ และบริษัทไทยจำนวนมาก

Read more...

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (iii) โชว์รายได้ Q1 เติบโต 12.6% สายเรือใหม่ ริเชา คลังสินค้าทางอากาศ ช่วยเพิ่มยอดขาย คาดดันยอดปีนี้โต 15-20%

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (iii) ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทย โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/ 2561 ทำรายได้ 603 ล้านบาท เติบโต 12.6% ทุกกลุ่มธุรกิจยังมีแนวโน้มขยายตัว  โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางอากาศ คาดทั้งปีเติบโต 15-20%

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เปิดเผยว่า “สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2561 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 535.5 ล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท และในไตรมาสนี้บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากกำไรสุทธิ 20.1 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2560 แต่ลดลงจากกำไรสุทธิ 40.3 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2560โดยมีปัจจัยที่ส่งผลให้อัตรากำไรลดลง ได้แก่ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูเอสดอลล่าร์ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการลงทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการจัดตั้งคลังสินค้าในระยะแรก ซึ่งเป็นช่วงเตรียมความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำงานให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงจากซัพพลายเออร์บางราย ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ กำลังเร่งบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการเจรจาต่อรองและหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อควบคุมให้ค่าใช้จ่ายเป็นไปตามที่วางแผนไว้ แม้ว่ากำไรสุทธิในไตรมาสนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ถ้าดูจากจำนวนการขนส่งสินค้าที่ผ่านคลังสินค้าของเราที่ดอนเมือง จะเห็นว่ามีปริมาณสินค้ามากกว่าที่คาดไว้ถึง 25% ซึ่งหากเรามีการบริหารต้นทุนที่ดี เชื่อว่ากลางปีนี้จะมีภาพรวมรายได้ที่ดีขึ้นและเป็นไปตามที่บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้”

iii เป็นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจร ให้บริการการขนส่งสินค้าทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก ขนส่งเคมีภัณฑ์และรับบริหารงานโลจิสติกส์ โดยในไตรมาส 1 ปีนี้ รายได้รวมของบริษัทฯ มาจาก ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ 487 ล้านบาท หรือ 70.9% มาจากธุรกิจขนส่งสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ 133 ล้านบาท หรือ 19.4% มาจากธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก 28.9 ล้านบาท หรือ 4.2% และมาจากธุรกิจรับบริหารงานโลจิสติกส์ 34.7 ล้านบาท หรือ 5%

“รายได้ของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศซึ่งเป็นธุรกิจหลักเติบโตถึง 13 % เนื่องจาก บริษัทฯได้เริ่มให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งปัจจุบันคาดว่าบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 85% นอกจากนี้ ปริมาณการขนส่งทางอากาศ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการปลดล็อคของ ICAO อีกทั้งกลุ่มพันธมิตรหลักของบริษัทฯ คือ สายการบินแอร์เอเชีย และ สายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีการเพิ่มเส้นทางบินและเที่ยวบิน จึงทำให้มีปริมาณการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกันธุรกิจขนส่งทางเรือเติบโตสูง 58.8% เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียว (Exclusive Agent) ในประเทศไทยของสายการเดินเรือ ริเชา (Rizhao Shipping Lines) ซึ่งเป็นสายการเดินเรือรัฐวิสาหกิจของจีนโดยเส้นทางการให้บริการครอบคลุม ประเทศจีน เวียดนามและไทย ซึ่งถือเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ รายได้และกำไรการจากการขายพื้นที่ระวางสินค้าของบริษัทร่วมทุนและบริษัทย่อยได้เติบโตขึ้น จากปริมาณการค้าและการส่งออกและนำเข้าที่ขยายตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง”

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii มีทุนจดทะเบียน 302.25 ล้านบาท เป็นผู้นำในการให้บริการโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1. ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) 2. ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก (Sea Freight and Inland Transport) 3. ธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การบริหารคลังสิน และการกระจายสินค้า (Logistics Management) และ 4. ธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ (Chemical & Specialty Logistics) โดยมีบริษัทในเครือทั้งหมด 24 บริษัท และมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทมหาชน และบริษัทไทยจำนวนมาก

Read more...

iii โชว์กำไรโตโดดเด่น 37.2% จากแอร์คาร์โก้และเคมีภัณฑ์ ตั้งเป้าปีนี้ทุกธุรกิจเติบโตแรงกว่า 20% รับ EEC และเศรษฐกิจโต

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (iii) ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทย โชว์ผลการดำเนินงานปี 60 เติบโตโดดเด่น ทำรายได้ 2,295 ล้านบาท กำไรพุ่ง 37.2% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งแอร์คาร์โก ขนส่งเคมีและทางเรือ แถมพันธมิตรเปิดเพิ่มหลายเส้นทางบิน

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เปิดเผยว่า “บริษัทฯมีความยินดีที่จะรายงานผลประกอบการปี 2560 โดยบริษัทฯมีรายได้รวม 2,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้น 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% จากกำไรสุทธิ 95 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจโลจิสติกส์มีการขยายตัวดีโดยเฉพาะธุรกิจขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 71% ของรายได้รวมของบริษัทฯ และธุรกิจขนส่งเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 21% ของรายได้รวม อีกทั้งบริษัทฯมีบริการที่หลากหลาย และครบวงจรอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน ทำให้บริษัทฯมียอดขายเพิ่มขึ้น จากทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ยิ่งกว่านั้น ธุรกิจยังตอบรับกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการค้าของไทยจากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯยังมีการบริหาร จัดการ ต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นายทิพย์ กล่าวเสริมว่า “ ในปี 2561 นี้ บริษัทฯตั้งเป้าเติบโตประมาณ 20% จากการขยายธุรกิจใหม่ทั้งแอร์คาร์โกและสายเรือใหม่ ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯได้ขยายธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยในปีนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอชียเอ็กซ์ที่เป็นพันธมิตรหลักของบริษัทฯ ได้มีการขยายเส้นทางการบินเพิ่มขึ้น หลังการปลดล็อคมาตรฐานสนามบินนานาชาติของ ICAO พร้อมโฟกัสที่กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจ ล่าสุด บริษัทฯมีการเปิดตัวคลังสินค้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง พื้นที่ 5,000 ตารางเมตร โดยเริ่มให้บริการไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา คาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 80 %

ในธุรกิจขนส่งทางเรือ บริษัทฯคาดว่าจะมียอดขายเติบโตประมาณ 30% โดบบริษัทฯเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียวในประเทศไทยของสายการเดินเรือ ริเชา (Rizhao Shipping Lines) ซึ่งเป็นสายการเดินเรือรัฐวิสาหกิจของเมืองริเชา อยู่ในมณฑลซานตง ทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยเริ่มแรกมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุม ในประเทศจีน (ริเชา เซี่ยงไฮ้) เวียดนาม (โฮจิมินห์) และไทย (ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย) ริเชา (Rizhao Shipping Lines) จากประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทฯ ซึ่งมีบริษัทร่วมทุน เป็นตัวแทนสายการเดินเรือ CK Line ของเกาหลีใต้ และ ด้านขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) จาก ECU Worldwide (Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทฯร่วมทุน ซึ่งตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอินโดจีน

ด้านกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย (Chemical & Specialty Logistics Business) นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่บริษัทฯมีความเชี่ยวชาญ มีบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญเฉพาะด้านมีมาตรฐานระดับสากล ทำให้เป็นที่ไว้วางใจแก่ลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทฯ กำลังดำเนินการขยายคลังสินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ในปีนี้จะมีพื้นที่คลังสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายให้บริการไม่ต่ำกว่า 25,000 ตารางเมตรนอกเหนือจากคลังสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายที่ให้บริการในโซนอุตสาหกรรม บริษัทฯ ยังเตรียมขยายพื้นที่คลังสินค้าเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในมากขึ้นอีกด้วย.

Read more...

ทริพเพิล ไอ ( iii ) รุกขยายโลจิสติกส์ทั้งแอร์คาร์โกและสายเรือใหม่ ตั้งเป้าโต 20% รองรับอีคอมเมิร์ซบูม แถมรับอานิสงส์พันธมิตรบินเพิ่มหลายรูท หลัง ICAO ปลดธงแดง

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (จำกัด) มหาชน หรือ iii ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทยเดินหน้าขยายธุรกิจครบทุกด้าน ตั้งเป้าสร้างยอดขายปี 61 เติบโตประมาณ 20% หลังเปิดธุรกิจใหม่ คลังสินค้าที่ดอนเมือง พร้อมเป็นตัวแทนสายเรือใหม่ รองรับยอดการค้าไทยจีนเติบโตแรง

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เปิดเผยว่า “ในปี 2561 นี้ บริษัทฯ คาดว่าจะเห็นภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในอัตราประมาณ 20% จากกลยุทธ์การขยายทุกธุรกิจโลจิสติกส์ ด้วยงบประมาณลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจต่อเนื่องจากปลายปี 2560 กว่า 260 ล้านบาท เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ และการรองรับการขยายตัวของการค้าของไทย รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจของภาครัฐอีกด้วย ส่งผลให้บริษัทฯ คาดว่าจะมีผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นด้วย

บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight Business) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯประกอบด้วยธุรกิจการเป็นตัวแทนสายการบิน โดยในปีนี้สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ได้มีการขยายเส้นทางและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการปลดล็อค มาตรฐานสนามบินนานาชาติของ ICAO ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายเส้นทางการบินอย่างแน่นอน
สำหรับธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบขายส่งนั้น จะมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยโฟกัสที่กลุ่มอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนและประเทศอื่นๆในภูมิภาคที่มีศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฮับในการขยายธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ
ในส่วนของการให้บริการภายในภาคพื้นอากาศยาน บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวคลังสินค้าระหว่างประเทศ(International Air Cargo Terminal) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่ให้บริการขนาด 5,000 ตารางเมตร ที่ได้รับสัมปทานจาก บมจ. ท่าอากาศยานไทย โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 80% เนื่องจากมีสายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ซึ่งมีจำนวนเที่ยวบินที่สนามบินดอนเมืองมากที่สุดเป็นลูกค้าหลัก โดยธุรกิจคลังสินค้าทางอากาศนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจแอร์ คาร์โก้ของ iii เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากสายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ที่เป็นลูกค้าหลักแล้วนั้น บริษัทฯ ยังให้บริการ สายการบินชั้นนำ อาทิ สายการบินนกสกู๊ต และสายการบินอื่นๆ ที่มีเส้นทางการให้บริการในสนามบินดอนเมืองอีกด้วย โดยบริษัทฯ คาดว่า จะมองหาโอกาสในการเปิดคลังสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศเพิ่มเติมในสนามบินนานาชาติอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก (Sea Freight and Inland Transport Business) จะมีปริมาณการขนส่งสินค้ากลับมาเติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นตัวแทนสายการเดินเรือ CK LINES ของประเทศเกาหลีใต้แล้ว ล่าสุด iii ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียวในประเทศไทยของสายการเดินเรือ ริเชา (Rizhao Shipping Lines) ซึ่งเป็นสายการเดินเรือรัฐวิสาหกิจของเมืองริเชา อยู่ในมณฑลซานตง ทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยเริ่มแรกมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุม ในประเทศจีน (ริเชา เซี่ยงไฮ้) เวียดนาม (โฮจิมินห์) และไทย (ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย) ถือเป็นช่องทางในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทฯ อีกด้วย ด้านขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) นั้น บริษัทฯ คาดจะมียอดขายเติบโตประมาณ 30% จาก ECU Worldwide (Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน โดยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคอินโดจีน (Indochina Hub)

นายทิพย์ ดาลาล กล่าวเสริมว่า “ด้านกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย (Chemical & Specialty Logistics Business) นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ มีบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญเฉพาะด้าน มีมาตรฐานระดับสากล ทำให้เป็นที่ไว้วางใจแก่ลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทฯ กำลังดำเนินการขยายคลังสินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ตร.ม. เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ในปีนี้จะมีพื้นที่คลังสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายให้บริการไม่ต่ำกว่า 25,000 ตร.ม.
นอกเหนือจากคลังสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตรายที่ให้บริการในโซนอุตสาหกรรม บริษัทฯ ยังเตรียมขยายพื้นที่คลังสินค้าเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในมากขึ้น

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Management Business) บริษัทฯ จะเน้นการขยายการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยใช้จุดแข็งของบริษัทในกลุ่ม และในส่วนของการจัดการโลจิสติกส์จะเน้นการบริหารต้นทุนและขยายฐานลูกค้าใหม่

สำหรับผลประกอบการของช่วง 9 เดือนแรกปี 60 นั้น เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 59 และมีกำไรขั้นต้น 414 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 59 ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 45% เป็น 110 ล้านบาทจากกำไรสุทธิ 76 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 59 จึงคาดการณ์ว่าผลประกอบการของปี 2560 จะเติบโตสูงขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย อีกทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย.

Read more...