“ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์” ไตรมาส 3 กำไรโดดเด่น ฝ่าวิกฤติ COVID-19

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (จำกัด) มหาชน หรือ iii ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรของไทย สร้างกำไรไตรมาส 3/2563 เติบโตโดดเด่น 64% จากไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของ COVID-19 คาดการณ์ไตรมาส 4 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเพราะรับรู้ผลกระทบจากวิกฤติไปแล้วและเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 57 ล้านบาท เติบโต 64% จากไตรมาส 2/2563 และขยายตัว 33% จากไตรมาส 3/2562  เนื่องมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าและกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน แม้ว่าบริษัทฯ ยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ

“ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของบริษัทฯ เป็นผลมาจากความสามารถในการปรับกลยุทธ์บริหารวิกฤต ทั้งการหารายได้ทดแทนและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นไปตามแผนการบริหารความเสี่ยง ยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี ทั้งจากผลการดำเนินงานโดยตรง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า และการขายทรัพย์สินเงินลงทุนที่สามารถสร้างกำไรจากเงินลงทุนได้เพิ่มขึ้น” นายทิพย์กล่าว

บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2563 จำนวน 335.6 ล้านบาท ลดลง 49.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน   และลดลงเล็กน้อย 3.2% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของรายได้จากกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้สายการบินงดให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ธุรกิจขายระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศของบริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานเป็นการดำเนินงานผ่านบริษัท เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าระหว่างบริษัทฯ กับบริษัท Teleport Everywhere Pte., Ltd. ในกลุ่มแอร์เอเชีย จึงทำให้บริษัทฯ ไม่ได้บันทึกรายได้ในส่วนของเทเลพอร์ต (ประเทศไทย) จากการขายระวางขนส่งสินค้า แต่เป็นการรับรู้ผลประกอบการในลักษณะส่วนแบ่งกำไรแทน

นายทิพย์กล่าวว่า จากผลประกอบการในไตรมาสที่ 3/2563 ที่ออกมา บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าได้รับรู้ผลกระทบต่างๆ จากวิกฤติในครั้งนี้ไปแล้ว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะทำให้ต้นทุนการทำงานลดลงและมีอัตรากำไรมากขึ้น จึงมั่นใจว่าในไตรมาสที่ 4/2563 ผลประกอบการของบริษัทฯ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับจากแผนยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ยังคงพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมพันธมิตรเพื่อให้มีบริการที่หลากหลายและครอบคลุมตามแผนมากยิ่งขึ้น

ประกอบกับไตรมาส 4/2563 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจหลักที่บริษัทฯ ให้บริการอยู่ โดยบริษัทฯ ยังเน้นการเพิ่มรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าและบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศต่อเนื่องมาจากไตรมาส 3  จะเห็นได้จากปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการได้ลูกค้ารายใหม่ที่ใช้บริการด้านคลังสินค้า การกระจายสินค้าและ E-Fulfillment

นายทิพย์  เผยถึงแผนการดำเนินงานในไตรมาส 4/2563 ว่า บริษัทฯ ได้เริ่มให้บริการ Cargo Flight ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมา โดยร่วมมือกับ เทเลพอร์ต (ประเทศไทย) ปรับรูปแบบการให้บริการขนส่งสินค้าในลักษณะของ Cargo Flight เพื่อกำหนดตารางบินขนส่งสินค้าทางอากาศทั้งขาออกและขาเข้าแบบเส้นทางประจำ โดยให้บริการผ่านสายการบินไทยแอร์เอเชีย 10 เส้นทาง ครอบคลุมเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจในเอเชียเป็นหลัก

สำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจากปลายไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้สดบางประเภทที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เตรียมยกระดับการให้บริการด้าน Fulfillment หลังจากที่บริษัทฯ ได้ลูกค้ารายใหม่ที่เป็นลูกค้าหลักหลายราย โดยจะพัฒนา Centralized Fulfillment Station ด้วยการติดตั้ง Sorting Line เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งยังสามารถลดต้นทุนในการทำงาน พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานในเดือนพฤศจิกายน 2563

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้ใหม่และกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ยังคงพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมตามแผนมากขึ้น เช่น การพัฒนาแพลทฟอร์มและการสร้างบริการ Fulfillment ครบวงจรสำหรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ การให้บริการขนส่งสินค้าทางบก การพัฒนาการให้บริการขนส่งทางรถไฟหรือทางราง โดยคาดว่าบางโครงการจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายไตรมาส 4/2563 หรือต้นปี 2564 นอกจากนี้ยังมีแผนเข้าซื้อและควบรวมกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะหาข้อสรุปได้ในปลายปี 2563

Read more...